ในปัจจุบันหลังคาแบนหรือหลังคาดาดฟ้า มีความนิยมกันมากขึ้น เนื่องจากการออกแบบดูมีความเป็นสมัยใหม่ สามารถเพิ่มลูกเล่นให้แก่ผู้ออกแบบได้มากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม หลังคาดาดฟ้าหรือหลังคาแบนอาจจะมีข้อจำกัดที่ว่าห้องที่อยู่ข้างใต้หลังคาอาจจะร้อนกว่าห้องบริเวณอื่นๆ ตัวอย่างเช่น หากเรามีหลังคาดาดฟ้าแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก ตัวคอนกรีตจะค่อนข้างสะสมความร้อน และอาจคายความร้อนออกมาสู่ห้องด้านล่างได้ ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงขอแนะนำวิธีต่างๆ ที่จะช่วยลดความร้อนบนหลังคาดาดฟ้าได้ดังนี้: การใส่ฉนวนกันความร้อน - ทั้งนี้เราสามารถใส่ได้ทั้งบนฝ้าเพดาน หรือสามารถใช้ฉนวนโฟมปูด้านบนของหลังคาดาดฟ้าได้เลย การทาสีสะท้อนความร้อน หรือ Ceramic Coating - การทาสีสะท้อนความร้อน จะช่วยสะท้อนรังสีความร้อนบนหลังคาดาดฟ้า และช่วยลดการอมความร้อนในปูนได้ การปูกระเบื้องที่พื้นดาดฟ้า หรือ Solar Slab - การปูกระเบื้องสำหรับพื้นดาดฟ้า หรือ Solar Slab ซึ่งเป็นแผ่นคอนกรีตขนาด 30 x 30 cm. มีขาสูงประมาณ 3 cm....

           สวนดาดฟ้า (Green Roof) ตอนนี้เป็นที่นิยมกันมากขึ้นในหมู่นักออกแบบและตกแต่งสวน เนื่องจากพื้นที่อยู่อาศัยในปัจจุบันมักจะไม่ค่อยมีพื้นที่ในการจัดสวนมากนัก ไม่ว่าจะเป็นบริเวณบ้าน หรือคอนโด หรือตึกอาคารต่างๆ สวนบนดาดฟ้าจึงกลายมาเป็นตัวเลือกที่ดีในการตกแต่งบ้านให้มีความสดใส และมีพื้นที่สีเขียวมากขึ้น โดยการจัดสวนลักษณะนี้มีข้อดีต่างๆมากมาย ตัวอย่างเช่น : ช่วยยืดอายุการใช้งานแผ่นกันซึม (Roofing Waterproofing Membrane) เนื่องจากแผ่นกันซึมโดยทั่วไป เมื่อปูบนพื้นดาดฟ้า จะต้องโดนแดดและความร้อนทุกวันเป็นเวลานาน เมื่อมีการปูหญ้า หรือทำ Green Roof ทับลงไป ทำให้แผ่นกันซึมไม่ต้องโดนแสงแดดและความร้อนโดยตรง ทำให้ช่วยยืดอายุการใช้งานของแผ่นกันซึมได้เป็นอย่างดี ช่วยเรื่องการจัดการน้ำ การมีสวนบนดาดฟ้า เมื่อมีฝนตกลงมา ตัวสวนจะช่วยกักเก็บน้ำไม่ให้ไหลลงมาเยอะเกินไป อีกทั้งยังช่วยเป็นเสมือนเครื่องกรองน้ำชั้นต้น เพื่อกรองเศษต่างๆ สิ่งสกปรกที่มากับน้ำฝน ทำให้เมื่อน้ำฝนไหลผ่านลงจะช่วยลดการอุดตันต่างๆของท่อระบายน้ำ ช่วยลดอุณหภูมิภายในตัวอาคาร เมื่ออากาศร้อน แสงแดดและความร้อนจะแผ่ลงมาสู่ตัวดาดฟ้าหรือหลังคาบ้านโดยตรง ซึ่งทำให้มีผลต่ออุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นในตัวบ้าน ดังนั้น การมีสวนบนดาดฟ้าจะช่วยเรื่องเรื่องการกรองแสงและความร้อน ทำให้อุณหภูมิภายในบ้านเย็นลง ช่วยกรองอากาศ เมื่อมีมลพิษเกิดขึ้นในอากาศ...

BAU 2017  เป็นงานสถาปนิกระดับโลก ซึ่งจัดขึ้นทุกๆ 2 ปี โดยภายในงานจะพบผลิตภัณฑ์ชั้นนำต่างๆจากทั่วโลก ในปีนี้งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-21 มกราคม 2560 ที่ เมือง Munich ประเทศ Germany โดยสามารถพบกับเราได้ที่บูท Alwitra (Hall A3 Booth 201) ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแผ่นกันซึม EVALON ที่ได้การยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็นแผ่นกันซึมที่ดีที่สุด มีความทนทาน สวยงาม เหมาะกับงานตึกอาคาร, บ้านและคอนโด...

หลายคนคงเคยคุ้นหูมาบ้างกับกันซึมชนิด PU ซึ่งหลายคนคงยังมีข้อสงสัยไม่น้อยว่า ระหว่างกันซึมแบบเมมเบรนและกันซึม PU มีความแตกต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะมาตอบคำถามนี้กันค่ะ คำว่าPU ย่อมาจาก Polyurethane เป็นพอลิเมอร์ชนิดหนึ่งซึ่งเกิดจากการผสมกันระหว่าง Isocyanate + polyol (หรือที่เรียกว่าPart A+ B) ผสมแบบ 1:1 ส่วนเพื่อกลายเป็น Polyurethane Foam จากนั้นนำมาฉีดและรอแห้งเพื่อเคลือบพื้นผิวดาดฟ้า ข้อดีของ PU คือสามารถกันน้ำกันซึมได้ แต่อย่างไรก็ตามเราทราบกันหรือไม่ว่ากันซึมชนิด PU นี้มีข้อจำกัดอยู่เช่นกัน การกันน้ำรั่วซึม กันซึมชนิด PU จะสามารถกันน้ำได้ดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความหนาของชั้น PU ที่ฉีด โดยมาตรฐานความหนาโดยทั่วไปจะอยู่ที่ 1-10 mm. แต่หากมีความหนาที่น้อยกว่านี้ หรือแต่ละพิ้นผิวมีความหนาที่ไม่สม่ำเสมอ ก็อาจทำให้ประสิทธิภาพของกันซึมลดลงได้ การกันความร้อน/ สะท้อน UV เช่นเดียวกันกับการกันน้ำ โดยความหนาของชั้น PU จะเป็นตัวหลักในการบ่งบอกว่า สามารถกัน...

          ฉนวนกันความร้อนในรูปแบบโฟม เช่น โฟม XPS นิยมใช้ควบคู่กับแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาเพื่อช่วยลดความร้อนที่เข้าสู่ตัวบ้าน อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้และติดตั้งโฟมอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ทั้งโฟมและแผ่นเมมเบรนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ         แผ่นโฟม XPS นั้นส่วนประกอบหลักคือ Extruded Polystyrene ซึ่งเป็นการนำตัว Polystyrene ผสมกับสารขยายตัว (Blowing Agent) และขึ้นรูปออกมาเป็นแผ่นโฟม คุณสมบัติพิเศษคือ มีความเรียบดูสวยงาม น้ำหนักเบา แต่มีความหนาแน่นสูง ด้วยความที่แผ่นโฟมมีโครงสร้างแบบ Closed Cell ซึ่งเป็นโพรงอากาศขนาดเล็กมาก ทำให้ความร้อนไม่สามารถผ่านได้และไม่ดูดซึมน้ำ สามารถกันร้อนกันน้ำได้ แต่เนื่องจากตัวโฟมไม่สามารถทนต่อแสง UV ได้ จึงต้องใช้ควบคู่แผ่นเมมเบรน         อย่างไรก็ตาม เมมเบรนบางชนิดนั้นมีข้อจำกัดคือไม่สามารถใช้ร่วมกับแผ่นโฟมได้โดยตรง...